กว่าจะพบธรรมแท้…สู่…จิตที่ยิ้มได้

ประสบการณ์ทางธรรมของคุณริยวีร์

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมกราบองค์พระบรมศาสดาทุกพระองค์ คุณพระศรีรัตนตรัย องค์สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกท่าน และผู้มีพระคุณทุกท่านที่ให้ชีวิตใหม่ เมตตาเกื้อกูล อบรมสั่งสอนแต่ทางอันประเสริฐตลอดมา ขอน้อมรำลึกบูชาคุณนี้ด้วยความกตัญญูและขอทำกิจในพระศาสนาเพื่อส่งเสริมความดีงามตลอดชีวิต..

ข้าพเจ้า ริยวีร์ เดิมอยู่ จ.พิษณุโลก แล้วย้ายมา จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 15 ปี ชีวิตเผชิญกับโรคซึมเศร้า อีกทั้งกรรมวิบาก แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตเป็นเรือนไม้ริมน้ำมีที่ดินนับร้อยไร่ แต่คุณพ่อชอบดื่มสุรามากจนขาดสติเผลอใช้ความรุนแรงบ่อย ๆ นับว่ายังโชคดีมีคุณแม่ที่อบอุ่น ขยัน อดทน เป็นแบบอย่างดีงาม เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่ลูก ๆ และยังมีพี่น้องลูกหลานที่รักและสามัคคีกันอย่างมาก ข้าพเจ้าคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้ครอบครัวสงบสุข กระทั่งได้รับการสอนธรรม การรักษาศีล และภาวนาจากครูในวัยประถม 2 ท่าน ทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น จากเคยกลัวการเมาขาดสติของพ่อ กลายเป็นการดูแลเอาใจใส่ท่าน เมื่อกลับถึงบ้าน ล้างเท้า จัดสำรับอาหาร สนทนาจนท่านเข้านอน ปรนนิบัติท่านจนถึงอายุ 17 ปี ข้าพเจ้ามาทำงานที่ จ.สมุทรปราการ แม้ชีวิตจะดำเนินไปพร้อม ๆ กับโรคซึมเศร้าก็ตาม ก็ยังคงจัดเวลาปฏิบัติธรรมอยู่เนือง ๆ โดยจะงดทำงานล่วงเวลาในวันพระ แต่เลือกปฏิบัติภาวนาแทน ซึ่งข้าพเจ้ามั่นใจว่านี้เป็นอานิสงส์ส่งให้ชีวิตมีความปลอดภัยในหลายวาระ

เมื่อมีครอบครัว ชีวิตยังประสบปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งอาการป่วยทางกายและใจ จิตต้องทนทุกข์เช่นนี้เป็นเวลา 8-9 ปี จนรู้สึกเหนื่อยกับชีวิต กระทั่งเช้าวันหนึ่งข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าได้ชดใช้วิบากกรรมมานานพอสมควรแล้ว ด้วยความทุกข์ทรมาน หากนับจากนี้ข้าพเจ้าเคยมีบุญวาสนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระองค์ใด ในศาสนาใด ในภพชาติใดก็ตาม ขอได้โปรดเมตตาอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” อธิษฐานจิตเริ่มส่งผล ในช่วงสายวันเดียวกัน เพื่อนบ้านมาเยี่ยม คุณยายท่านหนึ่งเห็นเป็นลักษณะพระโพธิสัตว์กวนอิม อยู่เหนือกายข้าพเจ้า คุณยายท่านนั้นถึงกับน้ำตาไหล ส่วนข้าพเจ้าเองรู้สึกกายใจเบาสบายและเหมือนมีบางสิ่งคอยปกป้องรักษา มีความอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นเกิดนิมิตอีกหลายประการให้ปฏิบัติตาม ส่งผลให้อาการดีขึ้นโดยลำดับ ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ได้รับคำแนะนำคือการเจริญภาวนา เมตตาแนะนำโดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช น้อมกราบพระองค์ท่านและพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกภพชาติที่เมตตาให้ผ่านทุกข์แห่งวิบากกรรมนั้นมาได้..ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง..

การปฏิบัติธรรมส่งผลให้หมดความสงสัยในวิบากกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับ เช่นความขัดสนเงินทองรวมถึงทุกข์เดือดร้อนอื่น ๆ เพราะระลึกได้ถึงเหตุที่สร้างไว้ จนเข้าใจชัดว่าเหตุที่ก่อไว้เช่นไรย่อมรับผลเช่นนั้น ข้าพเจ้าเคยได้รับการเทศน์สอนถึงการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่จากหลวงพ่อจรัญ แต่เพราะความไม่มีวินัยในการภาวนาให้เข้มแข็ง เมื่อประสบแรงกระทบหนักจิตก็ซึมเศร้าได้ง่ายถึงขั้นต้องรับประทานยา แต่ยังไม่ถอดใจ อีกครั้งที่ปฏิบัติสติปัฏฐานสี่อย่างตั้งใจที่สถานปฏิบัติธรรมใกล้บ้านเป็นเวลา 5 ปี แต่จิตยังคงไม่พบความสุขสงบที่เป็นแก่นแท้ของจิตเดิมเลย จนวันที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้ง ขอให้ได้มีวาสนาได้พบกับหมอดียาดีหรือได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ชี้แนะแนวทางให้ข้าพเจ้าได้นอนหลับได้เหมือนคนปกติด้วยเถิด เพราะเกือบทั้งชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมด้วยอาการนอนไม่หลับทุกข์ทรมานจนร่างกายทรุดโทรม หากหลับได้บ้างสัก 50 เปอร์เซ็นต์ของคนปกติ ข้าพเจ้าคงมี “จิตที่ยิ้มได้” และร่างกายแข็งแรง สามารถทำกิจการงานที่มั่นคงเพื่อพระศาสนาได้มากกว่านี้

และวันนั้นก็มาถึงเมื่อได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติเตโชวิปัสสนาจากคุณวาสนา สาสะกุล เธอได้เล่าถึงความเมตตาของท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และผลที่ได้ปฏิบัติในคอร์สว่าดีอย่างไร ในขณะที่ฟังเกิดขนลุกและน้ำตาไหลไม่รู้สิ่งใดทำให้ตื้นตันใจเพียงนี้ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจสมัครคอร์สเตโชวิปัสสนาจากคำแนะนำของคุณวาสนา วันที่กรอกใบสมัครคิดว่าถ้าได้ไปปฏิบัติอาจเป็นหนทางทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ส่งใบสมัครแล้วเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ และตั้งจิตอธิษฐานถึงท่านอาจารย์ว่า ให้มีวาสนาได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ ระหว่างนั้นคุณวาสนาแนะนำให้ฝึกอานาปานสติไปด้วย..

ผ่านไปราว 15-20 วัน มีโทรศัพท์แจ้งว่าได้รับเข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาแล้ว ในคืนนั้นระหว่างฝึกอานาปานสติจิตก็ฟุ้งถึงปัญหาการย้ายที่อยู่ แต่ก็บอกตัวเองว่าอย่าคิดมากเลย เรามีสิ่งดีที่สุดรออยู่ เราจะได้เข้าคอร์สเตโชวิปัสสนาแล้ว จึงสามารถดึงจิตกลับไปดูลมหายใจและเอนตัวลงนอนประสานมือไว้ที่หน้าท้อง หลับตาลงสักครู่ก็รู้สึกว่าตัวเองลุกขึ้นในท่านั่งสมาธิทั้งที่เพิ่งล้มตัวลงนอน ขณะนั้นเห็นเตียงนอนทะลุลงมาจนถึงพื้นดิน ฝนเพิ่งหยุดตก จึงสังเกตเห็นปลวกตัวสีขาวกับมดอยู่บนพื้นดินที่เปียก และดินก็แยกออกจากกันลึกลงไปประมาณ 1 ฝ่ามือ มีแมลงชนิดหนึ่งที่ต้องอยู่ใต้ดินที่ลึกระดับนั้น ลึกลงไปแมลงอีกชนิดต้องใช้ชีวิตอยู่ในดินชั้นนั้น ซึ่งล้วนลำบากที่ฝนตก ขณะพิจารณาก็มีเสียงดังขึ้นว่า “เขาเหล่านั้น ทุกข์กว่าเรามากนัก” ซึ่งดังมาจากมุมโต๊ะที่ตั้งหนังสือฆราวาสบรรลุธรรมเล่ม 1 ที่คุณวาสนามอบไว้ จึงเข้าใจทันทีว่า ใช่แล้วสัตว์เหล่านี้ทุกข์กว่าเรามากนัก ฝนตกก็อยู่อย่างลำบาก แม้เราจะต้องย้ายที่อยู่ แต่เรายังมีทางเลือก และนี่กำลังจะได้เข้าปฏิบัติธรรม ในที่ที่มีแต่ผู้มีวาสนาจึงจะได้ไป แต่สัตว์เหล่านี้ไม่มีทางเลือก พิจารณาเห็นดังนั้นจึงแผ่เมตตาให้เหล่าแมลง พร้อมน้อมจิตกราบในเสียงที่มีเมตตานั้น และจากนั้นก็ไม่เคยกังวลใจเรื่องที่อยู่อาศัยอีกเลย..

วันที่ได้เข้าปฏิบัติเมื่อไปถึงธรรมสถานใกล้ค่ำแล้ว ศิษย์พี่ได้แนะนำและดูแลอย่างดี เช้าวันแรก เมื่อถึงเวลาขึ้นภาวนาข้าพเจ้าไปรอที่ระเบียงหอปฏิบัติ ขณะนั้นยกมือไหว้น้อมจิตมองต้นศรีมหาโพธิ์ จิตก็คิดว่า “นี่หรือ ต้นศรีมหาโพธิ์กระแสแห่งพระรัตนตรัยที่กล่าวถึงกัน ต้นยังเล็กอยู่เลย” แล้วหลับตา สูดลมหายใจช้า ๆ นิมิตหนึ่งผุดขึ้นเป็นพระพุทธรูปสีทองต่อกันลงมาจากฟ้าสู่ต้นศรีมหาโพธิ์ไม่ขาดสาย ให้รู้สึกปีติยิ่งนัก จากนั้นจึงเข้าปฏิบัติตามปกติ โดยมีอาจารย์โสภิตเป็นผู้สอน ขณะปฏิบัติไม่ว่าเกิดเวทนาใดก็ไม่ถอนภาวนาและนั่งได้ 2–3 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่านั่งทุกรอบ เพราะตระหนักว่าต้องเพียรให้สมกับวาสนาได้มาปฏิบัติ เพราะคนอีกมากที่รอวาสนานี้ ประกอบกับคิดว่า หากท่านอาจารย์มาสอนแล้วจะปฏิบัติไม่ได้ จึงเพียรนั่งตามคำสอนของอาจารย์โสภิตอย่างมุ่งมั่น กระทั่งได้ฟังธรรมครั้งแรกซึ่งเป็นเสียงที่อัดไว้โดยท่านอาจารย์ น้ำตาไหลพรากเพราะคำที่เคยได้ยิน “เขาเหล่านั้น ทุกข์กว่าเรามากนัก” เป็นเสียงเดียวกับที่กำลังได้ยินขณะนี้ และการปฏิบัติอานาปานสติก็ผ่านไป

จนวันที่ท่านอาจารย์ได้เมตตามาสอนเตโชวิปัสสนา ข้าพเจ้าก็เพียร เพ่ง ตรึง รู้ ปฏิบัติตามท่านสอนอย่างเคร่งครัด แม้จะมีเวทนาและความฟุ้งผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้ายังคงเพียรเพ่งในจุดสัมผัสจนรู้สึกเหนื่อยเหมือนจะมีไข้เพราะอาการเกร็งเกินไป ด้วยยังไม่เข้าใจในหลักของการปฏิบัติเตโชฯ ตามที่ท่านอาจารย์เมตตาสอน คืนนั้นต้องทานยาลดไข้ ถัดมาในการปฏิบัติวันที่ 2 มีความร้อนขึ้นที่หลังและฝ่ามือ เหงื่อออกที่ใบหน้าเยอะมากและมีสังขารผุดขึ้นเป็นระยะ ช่วงบ่ายวันต่อมามีนิมิตเห็นตนไปยืนใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ และเห็นองค์พระยาธรรมิกราชสีขาวสูงสง่าเสมอต้นศรีมหาโพธิ์ และเห็นกายแก้วใสครองผ้าขาวพลิ้วสง่างามของท่านอาจารย์ซ้อนอยู่ มีเสียงกล่าวรวมกันเป็นเสียงเดียวว่า “รับเขา เงาโพธิ์” รู้ทันทีว่าองค์พระยาธรรมิกราชและท่านอาจารย์เป็นท่านเดียวกัน ทำให้ร้องไห้กลั้นไม่อยู่ และร่างตนเองค่อยสลายเป็นละอองไหลไปเช่นนั้นก็หยุดร้องไห้ไม่ได้แต่กลับเสียงดังขึ้น พยายามกลั้นไว้จนรู้สึกเจ็บหน้าอกเพราะเกรงใจผู้ปฏิบัติ แต่ความรู้สึกรักท่านอาจารย์อย่างไม่มีประมาณนั้นมีมากขึ้น อยากคลานไปกอดท่านอาจารย์ในตอนนั้นแต่ทำไม่ได้ จึงย้ายมือที่ประกบภาวนาอยู่ มากดหน้าอกตัวเองไว้แทนความรู้สึกได้กอดท่านอาจารย์ ท่านเมตตากล่าวว่า “อย่าถอนภาวนาค่ะ ภาวนาต่อไป” อย่ากลั้นค่ะปล่อยให้ร้องออกมา พอถึงเวลาท่านอาจารย์เรียกสอบอารมณ์จึงได้เรียนถามท่านว่า “ศิษย์บอกได้ทุกอย่างไหมเจ้าคะ” ท่านตอบด้วยความเมตตาว่า “ได้ค่ะ” จึงตอบไปตามสภาวธรรมที่เกิดขึ้น ท่านอาจารย์ตอบว่า ดีแล้วค่ะ เพียรต่อไปนะคะ แต่ข้าพเจ้าไม่กล้าส่งอารมณ์ที่รู้สึกรักท่านมากจนไม่มีประมาณเพราะคิดว่าตนวาสนาไม่ถึงจะกล่าวประโยคนี้กับท่าน ช่วงพักเผลอจิตคิดว่าปัจจัตตังเกิดเช่นนั้นจริงหรือ ทั้ง ๆ ส่งอารมณ์กับท่านอาจารย์แล้ว จึงรีบบอกตัวเองว่า “นั่นแหละคือความจริง อย่าลังเลสงสัย เรามาถูกทางแล้ว” และบอกตนเช่นนี้ทุกครั้งเพื่อยกจิตตนไว้เสมอ..

โปรดติดตามประสบการณ์ของคุณริยวีร์  ในตอนที่ 2 (ตอนจบ)

Advertisements

“นิมิตเตือนก่อนตาย ธรรมทานจากประสบการณ์จริงของนายแพทย์” อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

28795109_1393607417450343_8526884230755678625_n
สำหรับคนโบราณและในหมู่นักปฏิบัติธรรม มักจะมีคำบอกเล่าที่คุ้นเคยว่า บางคนเวลาก่อนจะตาย จะมีลางบอกเหุตหรือนิมิตที่ก็คือความฝันมาเตือน แต่ส่วนมาก เมื่อบุคคลนั้นตายไปแล้วญาติพี่น้องจึงค่อยมารู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือลางบอกเหตุ
ลางอันหนึ่งที่เหลือจะเชื่อมากก็คือ การมองเห็นบุคคลนั้นขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ “ไม่มีศรีษะ”บางทีเห็นเงาแต่ตัว แต่ศรีษะหาย สำหรับผู้ที่มีบุญหนุนอยู่บ้าง เมื่อจะหมดอายุขัยก็จะมีนิมิตเตือนชัดเจน โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติวิปัสสนาพ่อแม่ครูอาจารย์กล่าวว่า ปฏิบัติแล้วจะรู้ว่า “จะตายเมื่อไหร่”
เรื่องเล่าเป็นธรรมทานนี้ เป็นเรื่องของอาจารย์แพทย์ นพ.กิจชจาร ผู้มาเป็นศิษย์ปฏิบัติเตโชวิปัสสนามาหลายปี ชำระจิตบริสุทธิ์ได้เป็นลำดับขั้น บัดนี้ท่านอายุ 73 ปี เป็นอายุขัยจริง แต่ก่อนจะถึงเวลาหมดอายุขัยก็มีนิมิตเตือน ไม่ต้องเชื่อแต่ขออย่าได้ลบหลู่ดูหมิ่นผู้เมตตานำเรื่องความตายของตน มาเล่าเป็นธรรมทานเพื่อพิจารณา จะเป็นบาปแก่ตน
.
“ข้าพเจ้า กิจชจาร สุรชตวงศ์ ขอเล่าประสบการณ์เรื่อง “นิมิตเตือนก่อนตาย”เพื่อเป็นธรรมทานเตือนเหล่ากัลยาณมิตรทุกท่านถึงเรื่องความไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ที่มีวาสนาได้เกิดมา ได้นับถือพุทธศาสนา และที่สำคัญคือได้พบพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่สอนสั่งธรรมการปฏิบัติตนทั้งกาย วาจา และใจเพื่อความพ้นทุกข์ หนีออกจากวัฏสงสารได้จริง
.
เมื่อประมาณปลายเดือน มิถุนา 2560 ข้าพเจ้าบวชพระก็ได้จำอยู่ที่สถานปฏิบัติธรรมลานหินป่าโมกข์ ที่นำสอนสายธรรมเตโชวิปัสสนา โดยพระคุณเจ้าสัญชัย จิตตภโล ที่นี่มีการปฏิบัติภาวนาวันละ 7 ชั่วโมง ภาวนาบางวันก็ดี จิตรวมดี ในราวกว่า 2 สัปดาห์ผ่านไป ก็มีนิมิตครูอาจารย์มาให้เห็นมาก ส่วนใหญ่เป็นสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
เช่นหลวงปู่แหวน หลวงปู่สิงห์ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่สิม และอีกหลายองค์ที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก
..
ครั้งแรกเห็นดวงจิตหลวงปู่แหวนมาพร้อมหลวงพ่อฤาษีลิงดำ สักพักก็มีจุดดำๆอยู่ไกลมาก ลอยอย่างเร็วมาหา แล้วก็กลายเป็นจุดที่มีแสงเกิดดับเหมือนหิ่งห้อย พอมาถึงใกล้ตัวก็เปลี่ยนเป็นหน้าปัดนาฬิกา แต่ต้องอุเบกขาและมิได้ดูเวลา ไม่ได้ติดตาม แต่เกิดปิติน้ำตาไหลไม่หยุด
พอหลวงพ่อสัญชัยฟังแล้วบอก ให้ไปต่ออายุ ก็ไม่เข้าใจเลยเฉยๆ จนหลายวันต่อมาหลวงพ่อสัญชัยเตือนอีก เพราะไปบอกท่านว่ามีครูอาจารย์มาปรากฏในนิมิตอีกมาก ก็เลยไปกราบองค์พระมหามงคลโพธิญาณ ที่ประดิษฐานอยู่ที่สำนักสงฆ์ ขอต่ออายุตามแต่จะทรงเมตตา เพื่อช่วยท่านอาจารย์ปกป้องพระพุทธศาสนา มาอีกสัปดาห์ก็เกิดปิติร้องไห้สะอื้นโดยไม่มีนิมิตใดๆ จิตใจขณะนั้นไม่กลัวตายเลย
จนลาสิกขากลับบ้านก็มีนิมิตขณะภาวนาที่บ้าน หลวงปู่แหวนท่านมายืนรออยู่ในทางตรงลูกรังยาวไกลออกไปราวร้อยเมตร โดยข้างๆเป็นป่าไม้เขียวสวยงามมีภูเขาเขียวขจีสวย ในจิตก็มิได้อุเบกขา แต่ส่งจิตบอกท่านว่า ผมพร้อมจะเดินทางแล้ว ต่อมาอีก 2-3 วันมีนิมิตนาฬิกาอันเดิมผุดขึ้นอีกก็จ้องดูเห็นบอกเวลา 7 โมง โดยหลวงปู่แหวนท่านมาอีก (ข้าพเจ้าไม่เคยพบท่านตอนท่านยังไม่ละสังขาร)
..
เมื่อมาปฏิบัติกับท่านอาจารย์อัจฉราวดี ที่เตโชวิปัสสนาสถาน ผมเล่านิมิตต่างๆตั้งแต่ต้นจนเรื่อง 7โมงของนาฬิกาท่านก็เฉลยว่า จะหมดอายุขัยจริงอีก 7 เดือนที่มิใช่กรรมตัดรอน ถึงตอนนี้เริ่มกลัวแล้ว ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าแค่ 7 เดือนเราจะภาวนาให้หลุดพ้นมันคงยาก ก็ไปขอต่ออายุที่ลานโพธิ์อธิษฐานขอต่ออายุ เพื่อช่วยท่านอาจารย์จนถึงวาระสุดท้าย อีก2- 3วัน ก็มีนิมิตว่าตัวเองไม่มีหัวแล้วก็เกิด เป็นหัวใหม่ขึ้นมาแต่เป็นหัวทองคำสุกส่องประกายแสงจนแสบตา
..
จนมาถึงคอร์สวันที่ 25 เดือนมีนาคมนี้ นั้นข้าพเจ้าก็มีนิมิตอีกเป็นท้องฟ้าสว่าง ค่อนข้างเหลืองอ่อนๆ สักครู่ก็มีมืดดำสลับสว่างราว 6-7 วินาที แล้วมีเสียงขึ้นมาว่า “อนิจจัง” และก็เห็นสภาวะธรรมในจิต เป็นพระพุทธรูปในปางปรินิพพาน พอสอบอารมณ์ ท่านอาจารย์บอกว่าหมดอายุขัย พอกลางคืนวันมาฆะบูชา ซึ่งเป็นเดือนที่ 7 ตามที่ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ ก็มีอาการเจ็บหน้าอก ก็ทำการไอแรง เพื่อกระแทกหัวใจและทุบหน้าอกก็หาย บ่ายวันต่อมามีเจ็บอีกแต่เบา จึงเรียนท่านอาจารย์ขอกลับบ้าน เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องที่ธรรมสถาน
..
ท่านอาจารย์ได้เมตตาต่ออายุให้ โดยแบ่งบุญที่ท่านไปภาวนาที่อินเดียมาให้เพื่ออยู่ช่วยพระพุทธศาสนาและยังต้องไปปล่อยโค ปีละตัวเป็นเวลา 3 ปี ปล่อยปลาทุกเดือน และที่สำคัญต้องไปบวชพระ 1 องค์ ก็มีกัลยาณมิตรที่ประเสริฐขอบวช ให้ด้วยความเต็มใจ ท่าน
คือคุณ โชดก กิจเสถียร ซึ่งขออาสาช่วยทุกอย่างเพื่อต่ออายุให้ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ายังมีวาสนาที่มีนิมิตเตือนก่อนตายหลายครั้ง เพื่อมีโอกาสช่วยพระศาสนาและท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลต่อไป ขอให้ธรรมทานนี้เตือนใจท่านทั้งหลายเพื่อความไม่ประมาท”
….
สำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักภาวนา แล้วเกิดไปเห็นเงาบุคคลที่ใกล้ตายไม่มีศรีษะ นั้นเกิดจาก พลังงานของจิตของผู้ใกล้ตาย ไม่สามารถเชื่อมกับกายได้เต็มที่อีก เป็นลักษณะการใกล้หมดอายุขัย จึงทำให้ไม่เห็นเงาช่วงศรีษะ เหตุที่การบวชอุทิศให้ช่วยได้มากเพราะเป็นการ
ลดพลังโลกียะวิสัย เพิ่มพลังโลกุตระวิสัย แล้วอุทิศพลังนี้ให้ผู้ใกล้หมดอายุขัย จึงทำให้
เขาอายุยืนขึ้น หรือบุคคลผู้หมดอายุขัยบวชเองก็ได้ หากสุขภาพพร้อม
..
สำหรับการต่ออายุขัยเร่งด่วนสำหรับผู้มีนิมิตเตือน มีดังนี้
.
1.คือต้องรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ หยุดทำปาณาติปาตเด็ดขาด
2. ไปถวายพระไตร 1 ชุดที่โบสถ์ น้อมจิตถวายพระพุทธเจ้าต่อหน้าพระประธาน แล้วอธิษฐานขอให้พระสงฆ์ได้สามารถนำผ้าไตรนี้มาใช้ได้ อธิษฐานจิตจะขอต่ออายุเพื่ออะไร ทำไม กี่ปี แล้วแต่จะอธิษฐาน สวดพระไตรสรณคมก่อนถวายผ้าไตร
.
3. สวดบทอิติปิโส คือบทพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ 108 จบ 9 วัน โดยสวด 9 จบแล้วพักเป็นช่วงๆ จากนั้นลดเป็นวันละ 9 จบ ตลอด 1 เดือน
.
4. ไปปล่อยชีวิตสัตว์ตามกำลังทรัพย์ที่ตนมี การปล่อยวัวเป็นเงินสูง ตัวนึงร่วม 30,000 บาท หากไม่สามารถ ให้ปล่อยปลาที่ซื้อจากตลาดจริงๆ ก็ได้ อย่าทำให้ตนเดือดร้อน อย่าไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาทำ ไม่ดี แล้วก็อธิษฐานขอให้บุญจากการให้ทานชีวิต ส่งผลให้ตนอายุยืนขึ้น
** ในการต่ออายุขัย ต้องทำด้วยจิตนอบน้อม ขอพึ่งพุทธบารมี รัตนบารมี อย่าทำด้วยความกลัวลนลาน หากตั้งกระแสจิตผิด ไม่มีความนอบน้อมสักการะ สิ่งที่ทำลงไปจะไม่ได้ผลสมบูรณ์เพราะมีตัณหามาขวาง ให้ตั้งจิตตระหนักถึงความไม่ประมาท และอนิจจัง
สำหรับผู้ที่ไม่มีนิมิตเตือน ข้ออื่นไม่ต้องทำก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องทำทุกลมหายใจคือการรักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์ หาไม่แล้ว หากสะสมกรรมเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ฆ่าสัตว์ แต่ชีวิตที่ถูกกรรมที่ตนทำไว้เล่นงาน การมีชีวิตอยู่ก็จะมีแต่ประสบภัยเวรไม่จบส้ิน ส่วนการสวดบทพุทธคุณย่อมน้ำกระแสกุศลมาสู่ชีวิต
..
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
8 มีนาคม 2018
…….
** เชิญอ่านคำสอนและประสบการณ์ภาวนาที่ลึกซึ้งของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลได้ ที่หนังสือ “ฆราวาสบรรลุธรรม 1 และ 2 มีจำหน่ายที่ร้านหนังสือทั่วไป” รายได้สุทธิเข้ามูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต

พระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศล และ ธรรมะกับการธำรงความยุติธรรม

1111

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงมีพระสุบินหรือฝันว่า
“น้ำเต้าแห้งกลวง ซึ่งปกติจะลอยน้ำได้ แต่กลับดิ่งจมน้ำ”
พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธทำนายว่า เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงเวลาที่สังคมวิกฤต เห็นผิดเป็นชอบ
“มหาบพิต นิมิตในข้อนี้ เป็นนิมิตบอกเหตุร้ายที่จะเกิดในภายหน้าโน้น
เมื่อมนุษย์ไร้ศีลธรรม โลกจะวิปริตแปรปรวน… นักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมจะอยู่ยาก จะถูกกลั่นแกล้งจากคนพาลที่มีอำนาจ มีอิทธิพล คนส่วนมาก
เชื่อฟังคำโกหกของคนพาล คำโกหกปลิ้นปล้อน อสัจจธรรมของอลัชชี
จะถูกยกย่องนับถือ ส่วนคำของสัตบุรุษ ซึ่งประกอบไปด้วยการหลุดพ้น
จะถูกเยาะเย้ยถากถางว่า เป็นถ้อยคำที่วิปริตผิดธรรมวินัย” *
..
“บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป”
คำกล่าวนี้มักได้ยินในเวลาที่ประชาชนรู้สึกว่า คนพาล คนชั่วร้าย มีอำนาจบาตรใหญ่ กระทำการย่ำยีผู้บริสุทธิ์อย่างอุกอาจ
.
ในปัจจุบัน ในโซเชียลมีเดีย มีบุคคลไม่น้อยที่ถูกกระทำใส่ร้าย ให้เท็จ
หรือถูกบิดเบือนข้อมูล เพื่อทำลายหรือเพื่อหลอกใช้ประโยชน์
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ผู้ทำคุณความดีแก่ประเทศชาติและสังคม จนได้รับรางวัล เสาอโศผู้นำศีลธรรม ก็ประสบเหตุในการถูกทำลาย มีการเจาะจงบิดเบือนข้อมูล จาบจ้วงด้วยคำเท็จและคำหยาบคาย จากเว็บไซต์ และจากบุคคลที่ร่วมกระทำราวกับเป็นขบวนการ
อันเป็นผลมาจากการทำการรณรงค์หยุดอลัชชี
การถูกใส่ร้ายนี้ ไม่ต่างอะไรกับคนอีกไม่น้อยที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แต่กลับถูกคนพาลพลิกมุมทำลาย ต่อเมื่ออาจารย์อัจฉราวดี ได้แถลงความจริง สังคมสิ้นความสงสัย และท่านยังได้รับกำลังใจและการปกป้องจากพระสุปฏิปันโนและจากผู้ศรัทธาที่ได้รู้ ได้เห็นปฏิปทาของท่านเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีบัณฑิตแท้ผู้ทรงคุณวุฒิมาพิสูจน์ธรรม ด้วยการมาปฏิบัติเตโชวิปัสสนา จากการอ่านหนังสือฆราวาสบรรลุธรรม ได้เขียนบอกเล่าประสบการณ์ แสดงถึงการเห็นชัดว่า เป็นธรรมอันเป็นไปเพื่อการหลุดพ้น เป็นสัมมาทิฐิ ตามหลักอริยมรรค 8
..
การดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดนี้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้แก่สังคมว่า ไม่ควรปล่อยปละละเลย ให้อำนาจอธรรมอยู่เหนือธรรม โปรดช่วยธำรงธรรมและความดีงาม
บัณฑิตแท้ จะตัดสินคนด้วยปัญญาและการดูปฏิปทา
เหตุการณ์ที่เกิด พ้องกับพุทธทำนายว่า ” นักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมจะอยู่ยาก จะถูกกลั่นแกล้งจากคนพาลที่มีอำนาจ มีอิทธิพล… ส่วนคำของสัตบุรุษ ซึ่งประกอบไปด้วยการหลุดพ้นจะถูกเยาะเย้ยถากถางว่า เป็นถ้อยคำที่วิปริตผิดธรรมวินัย”

แต่หากคนดีเข้มแข็ง ลุกขึ้นมายืนหยัดไม่ให้อำนาจอธรรมอยู่เหนือธรรม
ธรรมะ ย่อมชนะอธรรม
แต่หากคนดีอ่อนแอ ปล่อยให้อธรรมอยู่เหนือกว่าคนในสังคมก็จะสูญสิ้นศรัทธา
ในการทำความดี และขาดความมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดี

มูลนิธิฯ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล
และให้การสนับสนุนกิจเพื่อพระพุทธศาสนาที่มูลนิธิทำอย่างต่อเนื่อง
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอำนวยพรให้ท่านประสบความสุขความเจริญ
.
7 มีนาคม 2018
มูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา
ผู้ผลิตนิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ หรือ 5000s.org

..
ขอขอบคุณเนื้อหาพุทธทำนายจากหนังสือ คำตรัสของพระพุทธเจ้า
เหตุแห่งคำตรัส โดยสำนักพิมพ์แสงแดดเพื่อเด็ก